ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ จัดการประชุมชี้แจงการบริหารจัดการน้ำ จากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 11 สถานี ในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ

ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ จัดการประชุมชี้แจงการบริหารจัดการน้ำ จากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 11 สถานี ในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับดำเนินการในการส่งน้ำ และการใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทาน

วันที่ 6 ก.ย. 67 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ นายวิสูตร จันทร์เขียว หัวหน้าฝ่ายช่างกล โครงการชลประทานเชียงใหม่ นายณรงค์ วงศ์จันทร์ทิพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการชลประทานเชียงใหม่ นายจีระศักดิ์ ศรีจันทร์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการชลประทานเชียงใหม่ จัดการประชุมชี้แจงการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จังหวังเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับดำเนินการในการส่งน้ำ และการใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทาน การดูแลรักษาระบบชลประทานภายใต้กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง เพื่อรายงานความก้าวหน้า แผนงาน/โครงการ ที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 – 2570 โดยมี นายนเรศ ธำรงศ์ทิพยคุณ สส.เขต 9 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม มี นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายมานิตย์ ไหวไว นายอำเภอดอยหล่อ ว่าที่ร้อยตรี สุรพงค์ กาบวัง นายก อบต.ดอยหล่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่อำเภอดอยหล่อกว่า 200 คน เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ในวันนี้โครงการชลประทานเชียงใหม่ได้เชิญกลุ่มผู้ใช้น้ำสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 11 สถานี ทั้งหมดในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ มาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องของการวางแผนการใช้น้ำ ตลอดจนแผนการก่อสร้างสถานีสูบน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการมีส่วนร่วมที่ของชลประทาน ในปี 2568 จะมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำที่อำเภอดอยหล่อ จำนวน 2 สถานี ได้แก่ สถานีสูบน้ำบ้านป่าลาน และสถานีสูบน้ำบ้านท่าล้อ เมื่อดำเนินการแล้วจะทำให้พื้นที่ของอำเภอดอยหล่อ มีพื้นที่รับประโยชน์ จากสถานีสูบน้ำมากกว่า 3,000 ไร่ จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนและเกษตรกรในอำเภอดอยหล่อที่มีแหล่งผลิตมะม่วงพันธุ์ดีของจังหวัดเชียงใหม่

นายนเรศ ธำรงศ์ทิพยคุณ สส.เขต 9 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมชลประทาน โดย นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องแหล่งน้ำ มารับฟังปัญหาของพี่น้องอำเภอดอยหล่อ ซึ่งอำเภอดอยหล่อมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำมาโดยตลอด ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีก็ได้ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ำให้กับพี่น้องอำเภอดอยหล่อ ผมในฐานะที่เป็น สส.เขต ก็ได้ประสานกับทางกรมชลประทาน กรมน้ำบาดาล และกรมทรัพยากรน้ำ เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรอำเภอดอยหล่อ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ต้องการที่จะขยายโครงการออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอดอยหล่อในการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกร จึงเป็นที่มาของการประชุมในวันนี้ที่ได้ประสานยังกรมชลประทานเข้ามาในวันนี้

นอกจากนี้ก็ได้ดำเนินการตามนโยบายของท่าน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรเกิดการรวมตัวช่วยเหลือซึ่งกันและกันกลายเป็นเกษตรแปลงใหญ่ และต้องการให้พี่น้องชาวอำเภอดอยหล่อดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งต่อไปทางหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาช่วยเหลือก็จะสามารถเข้าไปช่วยเกษตรแปลงใหญ่ได้ และวันนี้ก็ยังต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี ลดต้นทุนการทำการเกษตร ด้วยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และการผลักดันการใช้แผงโซลาเซลล์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ

สมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ ประกาศแจกทุนส่งเสริมการศึกษา “ลูก-หลาน ผู้สื่อข่าว” ประจำปี 2567

ประกาศ สมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
เรื่อง การให้ทุนส่งเสริมการศึกษา “ลูก-หลาน ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” ประจำปี 2567

นิยาม
ทุนส่งเสริมการศึกษา คือ ทุนที่ให้สำหรับ “กรรมการบริหารสมาคม” หรือ “ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” ที่มี “ลูก หลาน” ซึ่งกำลังศึกษาในระดับชั้นอนุบาลถึงปริญญาตรี
กรรมการบริหารกิจการสมาคม หมายถึง กรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ ที่ประกาศแต่งตั้งโดย
นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ หมายถึง ผู้ทำหน้าที่ด้านการข่าวโดยชัด มีพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ประจำในการแสวงหาข้อมูล รวบรวม เขียนเรียบเรียง และนำเสนอข่าว ในช่องทาง หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ หรือสื่อสารมวลชนอื่น
ลูก หมายถึง บุตร ธิดา ของ กรรมการบริหารกิจการสมาคม หรือ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
หลาน หมายถึง ลูก ของบุตรหรือธิดา ของ กรรมการบริหารกิจการสมาคม หรือ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่

คุณสมบัติ

  1. เป็นกรรมการบริหารกิจการสมาคม
  2. ต้องเป็น “ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” ตามนิยามตามประกาศนี้
  3. มีสังกัดเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน
  4. สามารถขอรับทุนส่งเสริมการศึกษา ลูก หลาน ได้ ครอบครัวละ 1 ทุน เท่านั้น
  5. ความเป็น “ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” พิจารณาโดยคณะกรรมการซึ่งสมาคมฯ ประกาศแต่งตั้งเพื่อการนี้ และผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

หลักฐานในการยื่นประกอบการพิจารณาขอรับทุน

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าว(ถ้ามี) ของผู้ขอรับทุน
  2. สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียนหรือนักศึกษา บัตรประจำตัวประชาชน(ถ้ามี) ของผู้รับทุน
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของ ผู้ขอรับทุน และผู้รับทุน ที่สามารถแสดงความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขอรับทุน และ
    ผู้รับทุนได้
  4. สำเนาสมุดรายงานผลการศึกษา หรือหนังสือรับรองผลการศึกษา ภาคเรียนล่าสุด ที่ได้รับจากอาจารย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ผู้รับทุนศึกษาอยู่
  5. หนังสือแสดงความจำนงขอรับทุน ตามแบบที่สมาคมกำหนด

 

กำหนดวันรับสมัครขอรับทุนและการประกาศผลการพิจารณา

  • ยื่นความจำนงขอรับทุน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567
  • ประกาศผลพิจารณาทุนส่งเสริมการศึกษา วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567
  • ผู้ขอรับทุน ต้องนำ ลูก หลาน แต่งชุดนักเรียน นักศึกษา มารับทุน วันที่ 26 ธันวาคม 2567 (วันสถาปนาสมาคมฯ)

(เวลาและสถานที่ในการมอบทุกส่งเสริมการศึกษา สมาคมฯ จะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์หรือเพจสมาคมฯ ในเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง)

การยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับทุน

  1. ขอเอกสารได้ที่ ที่ทำการสมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ หรือดาวน์โหลดได้ที่ เว็บไซต์ หรือเพจ สมาคมฯ
  2. ยื่นแบบแสดงความจำนงพร้อมเอกสารประกอบ ได้ที่ ที่ทำการสมาคมฯ
    หรือส่งทางอีเมล์ chiangmaireporterassociation@gmail.com
  3. สมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ เลขที่ 57 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ประกาศสมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ เรื่อง การให้ทุนส่งเสริมการศึกษา “ลูก-หลาน ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” ประจำปี 2567
https://thecmreporter.com/wp-content/uploads/2024/09/ประกาศ-สมาคมผู้สื่อข่าวเชียงใหม่-มอบทุนส่งเสริมการศึกษา-2567.pdf

หนังสือแสดงความจำนง ขอรับทุนส่งเสริมการศึกษา “ลูก-หลาน ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่” ประจำปี 2567
https://thecmreporter.com/wp-content/uploads/2024/09/หนังสือแสดงความจำนง-ขอรับทุนส่งเสริมการศึกษา-2567.pdf

ผอ.ชลประทานเชียงใหม่ เร่งตรวจระดับน้ำปิง ยืนยันยังอยู่ในระดับปกติ ยกบานพ้นน้ำ 5 บาน ระบายลงท้ายน้ำ เข้าเขื่อนภูมิพล

เชียงใหม่ ผอ.ชลประทานเชียงใหม่ เร่งตรวจระดับน้ำปิง ยืนยันยังอยู่ในระดับปกติ พร้อมยกบานประตูระบายน้ำ 5 ช่องบานเร่งระบายน้ำลงท้ายน้ำ เข้าสู่เขื่อนภูมิพล

วันที่ 1 ก.ย. 67 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจจุดวัดระดับน้ำปิง P.1 สะพานนวรัฐ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีระดับน้ำอยู่ที่ 2.79 เมตร อัตราการไหลอยู่ที่ 339 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในระดับสีเขียว ยังไม่ถึงจุดที่เฝ้าระวัง จากนั้นได้เดินทางไปที่ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบอาคารระบายน้ำ และการเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 5 บาน เพื่อดึงมวลน้ำจากด้านเหนือประตูระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำ ผลักดันไปยังเขื่อนภูมิพล ซึ่งประตูระบายน้ำท่าวังตาลได้ยกบานขึ้นเหนือน้ำ และให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า เช้านี้ได้มีน้ำหลากจากพื้นที่อำเภอแม่ริมได้ไหลมาสมทบปิง ขณะนี้มวลน้ำได้มาในเขตพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งอาคารที่สำคัญเป็นประตูระบายน้ำท่าวังตาล และได้มีการยกบานประตูระบายน้ำพ้นน้ำทั้งหมด 5 บาน เพื่อเร่งการระบายน้ำ และพื้นที่ด้านหน้านประตูระบายน้ำจะอยู่สูงกว่าประตูระบายน้ำประมาณ 1 เมตร ประตูระบายน้ำยังไหลผ่านได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมวลน้ำได้ไหลผ่านประตูไปในอัตรา 322 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งสถานีตรวจวัด P.1 สะพานนวรัฐ เมื่อเวลา 09.00 น. อยู่ที่ 2.74 เมตร ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ อีกประมาณ 15 ซม. ถึงจะไปอยู่ในเส้นที่เฝ้าระวัง ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันที่ขอบตลิ่งด้านท้ายประตูระบายน้ำนั้น ขอบตลิ่งก็ยังอยู่สูงกว่ามวลน้ำประมาณ 1 เมตร ท้ายน้ำยังสามารถรองรับได้อยู่ และมวลน้ำนี้ก็ได้เร่งระบายตามประตูระบายน้ำและฝายต่างๆ เพื่อร่งระบายน้ำลงสู่เขื่อนภูมิพล และให้มีช่องว่างในการรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไม่ว่าจะไหลมาจากอำเภอเชียงดาว แม่แตง และอำเภอแม่ริม

ในส่วนของประตูระบายน้ำท่าวังตาล ก็มีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง มีห้องควบคุมบานประตู ที่สามารถสั่งการได้ทั้งระบบออนไลน์ โดยผ่านสมาร์ทโฟน และออฟไลน์ ด้วยการเข้ามาควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งมีระบบป้องกันฉุกเฉินหากสถานการณ์ไฟฟ้าดับก็มีระบบสำรองที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมการทำงานของประตูระบายน้ำได้ การทดสอบที่ผ่านมาประตูระบายน้ำสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปริมาณฝนที่ตกมากในพื้นที่อำเภอแม่ริม ซึ่งจะไหลลงน้ำแม่ริมเป็นหนึ่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำปิงที่ใกล้เขตตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ชี้แจงว่า น้ำแม่ริม แม่สา โดยสภาพลำน้ำค่อนข้างชันน้ำไหลเร็ว ซึ่งน้ำแม่ริมจะไหลลงแม่น้ำปิงหลังสถานีวัดน้ำ P.67 ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ระดับน้ำที่สถานีวัน P.1 จะมากกว่า P.67 เยอะ โดยปริมาณน้ำที่น้ำแม่มขณะนี้วัดได้ 60 ลบ.ม/วินาที น่าจะเป็นปริมาณไหลลงน้ำปิงที่เยอะมากแล้ว และตั้งแต่ 05.00 – 07.00น ระดับน้ำที่ P.1 เพิ่มจากน้ำแม่ริม 50 ลบ.ม./วินาที มากกว่าที่ P67 เพิ่มเล็กน้อย 5 ลบ.ม./วินาที ซึ่งในส่วนของประตูระบายน้ำท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการยกบานบานี่ 3, 4, 5 และบานที่ 6 พ้นน้ำ

ด้าน นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักหลายแห่งในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำปิงเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสาขาแม่น้ำปิง ได้แก่ น้ำแม่แตง น้ำแม่ริม และน้ำปิงสายหลักจากเชียงดาว มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงเห็นควรให้โครงการต่างๆ ดำเนินการ ดังนี้ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล งดการระบายน้ำตามแผนการพร่องน้ำในเขื่อน (24-40 cms) ออกไปก่อน จนกว่าระดับน้ำในลุ่มน้ำภาพรวมลดลง ซึ่งทางสำนักงานชลประทานที่ 1 (สชป.1) จะติดตามข้อมูลและแจ้งให้ทางโครงการเริ่มระบายน้ำในช่วงที่เหมาะสมทราบอีกครั้ง และให้เจ้าหน้าที่ควบคุมกำกับอาคารชลประทานในแม่น้ำปิงสายหลัก เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยให้เร่งระบายน้ำผ่านอาคารไปด้านท้ายน้ำให้มีประสิทธิภาพ และควบคุมระดับน้ำด้านเหนืออาคารไม่ให้สูงจนเกิดผลกระทบกับพื้นที่ทั้งสองฝั่งทางน้ำ

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบทดสอบอาคารประตูระบายน้ำคลองระบายน้ำแม่แตง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ป้องกันน้ำฝั่งตะวันตกท่วมเมืองเชียงใหม่

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบทดสอบอาคารประตูระบายน้ำคลองระบายน้ำแม่แตง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เร่งระบายน้ำจากคลองแม่แตงลงสู่น้ำแม่ขาน เสริมเครื่องมือป้องกันน้ำฝั่งตะวันตกท่วมเมืองเชียงใหม่

วันที่ 30 ส.ค. 67 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวิสูตร จันทร์เขียว หัวหน้าฝ่ายช่างกล โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบอาคารควบคุมบานประตูระบายน้ำคลองระบายน้ำแม่แตง บริเวณปลายคลองที่ลงสู่น้ำแม่ขาน ซึ่งได้มีการทดสอบเปิดบานประตูระบายน้ำ

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ได้ทำการก่อสร้างคลองส่งน้ำส่วนต่อจากคลองแม่แตงพร้อมด้วยอาคารควบคุม บานประตูระบายน้ำ ซึ่งเชื่อมต่อจากคลองแม่แตง งานก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้มีการเปิดทดสอบระบบ ในวันนี้จึงได้เดินทางมาดูการระบายน้ำที่ปลายคลองส่งน้ำสายใหญ่แม่แตง ที่จะรองรับน้ำหลากในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ที่จะลงสู่น้ำแม่ขาน ปัจจุบันน้ำในลำน้ำแม่ขานยังมีน้อยและมีศักยภาพในการช่วยระบายน้ำในเขตพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ มาลงสู่ลำน้ำแม่ขาน และลงไปสู่แม่น้ำปิง

สำหรับคลองส่งน้ำส่วนต่อคลองแม่แตง ระยะ 2 +600 กิโลเมตร พร้อมด้วยอาคารชลประทานในคลอง มีศักยภาพสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ประมาณ 50 ลบ.ม.ต่อวินาที และยังสามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันอุทกภัยในเขตเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนในช่วงฤดูแล้งก็สามารถเก็บน้ำไว้ให้กับประชาชน และเกษตรกรในเขตพื้นที่อำเภอแม่วาง สันป่าตอง และพื้นที่ด้านท้ายก็มีฝายทดน้ำต่างๆ ที่จะสามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรของพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง อาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและได้มีการทดสอบการใช้งาน ปัจจุบันสามารถใช้งานได้ดี และเป็นอีกส่วนหนึ่งของทีมเชียงใหม่ในการดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำหลากที่จะมาจากฝั่งตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ได้ โดยการบริหารจัดการน้ำในคลองส่วนต่อจะคำนึงถึงผลกระทบด้านท้ายที่ระบายน้ำลงไปเป็นสำคัญ ด้วยอาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างไว้ในคลองมีศักยภาพเพียงพอที่จะไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายคลอง กล่าวคือ หากปริมาณน้ำขานอยู่ในระดับที่สูงคลองก็จะปิดสนิทไม่นำน้ำไปเติมแม่น้ำขานเพิ่มอีก

ผู้ช่วยฯ การประปาเชียงใหม่ เข้าพบ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ รับฟังสถานการณ์น้ำและขอให้ชลประทานรักษาระดับน้ำไว้เพื่อผลิตน้ำประปา

ผู้ช่วยฯ การประปาเชียงใหม่ เข้าพบ ผอ.โครงการชลประทาน รับฟังสถานการณ์น้ำ โดยยืนยันระดับน้ำปัจจุบันเป็นระดับที่ผลิตน้ำประปาได้ หากต่ำกว่านี้ 50 ซม.จะกระทบ ขอให้ชลประทานรักษาระดับน้ำไว้ ด้านชลประทาน เปิดบาน ปตร.ท่าวังตาล 3 บานพ้นน้ำ เร่งระบายน้ำรองรับน้ำจากโซนเหนือ

วันที่ 28 ส.ค. 67 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ และ นายศิริฉัตร บัวพุทธา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 โครงการชลประทานเชียงใหม่ ต้อนรับ นายศุภกฤษณ์ จันทร์ศุภเสน ผู้ช่วยผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงใหม่ (ชั้นพิเศษ) และ ว่าที่ร้อยตรี กิตติพงศ์ ศรีพราย หัวหน้างาน 8 งานผลิต การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงใหม่ (ชั้นพิเศษ) ที่ได้เดินทางมารับฟังข้อมูลเรื่องของการรักษาระดับน้ำในการผลิตน้ำประปาให้กับเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ทางชลประทานรักษาระดับน้ำไว้ หลังจากที่มีการเปิดบานประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงตอนล่าง

นายศุภกฤษณ์ จันทร์ศุภเสน ผู้ช่วยผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (ชั้นพิเศษ) สาขาเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานีสูบน้ำประปาตั้งอยู่ภายในพื้นที่ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งระดับต่ำสุดที่ได้ข้อมูลจากชลประทานเชียงใหม่ ที่จะสูบน้ำมาใช้ผลิตประปาได้จะอยู่ที่ 300.5 หากต่ำกว่านี้จะไม่สามารถน้ำได้เพียงพอต่อประชาชนในพื้นที่โซนเชียงใหม่ตอนล่างทั้งหมด สถานการณ์ปัจจุบันยังเพียงพอที่ให้การประปาสูบน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้อยู่ หากสภาพน้ำต่ำกว่านี้จะเกิดปัญหาในการผลิตน้ำประปา ประชาชนก็จะเดือดร้อนเพราะไม่มีน้ำประปาใช้ โดยรวมหากต่ำกว่านี้ไปอีก 50 เซนติเมตร จะไม่สามารถสูบน้ำผลิตน้ำประปาได้แล้ว จะมีปัญหาเรื่องของดินโคลน เศษขยะ ใบไม้ กิ่งไม้จะเข้ามาสะสมทำให้ผลิตน้ำได้ยากขึ้น ทางชลประทานก็พยายามประคองรักษาสภาพน้ำในแม่น้ำปิงไว้ให้การประปาส่วนภูมิภาค เพื่อให้สามารถสูบน้ำได้เป็นปกติ ปัจจุบันการผลิตน้ำประปาของสถานีสูบน้ำทั้ง 8 สถานียังไม่ได้รับผลกระทบ นอกเหนือจากน้ำในแม่น้ำปิงต่ำกว่านี้ก็จะได้รับผลกระทบแน่นอน

นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และท่านอธิบดีกรมชลประทาน นายชูชาติ รักจิตร มีข้อสั่งการให้ชลประทานต่างๆ ดำเนินการตาม 10 มาตรการฤดูฝน โดยการยกระดับเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฤดูฝน ซึ่งทางโครงการชลประทานเชียงใหม่ก็ได้มีการตรวจสอบประตูระบายน้ำในลำน้ำปิงให้มีความพร้อมในการใช้งาน ปัจจุบันฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ทำการยกบานพ้นน้ำทั้งหมด 3 บาน ได้ระบายน้ำ 300 กว่า ลบ.ม.ต่อวินาที จุดวัดระดับน้ำ P.1 สะพานนวรัฐ วันนี้วัดได้ 2.36 เมตร ซึ่งได้มีการรระบายน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับน้ำฝนจากอำเภอเชียงดาว และลำน้ำสาขาจากอำเภอแม่แตง แม่ริม ซึ่งการระบายน้ำของโครงการชลประทานเชียงใหม่ได้คำนึงถึงการรักษาระดับน้ำในแม่น้ำปิง ที่จะใช้ในการผลิตน้ำประปาเพราะหน้าประตูระบายน้ำมีสถานีสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคอยู่ เพื่อผลิตน้ำด้านการอุปโภค บริโภค ให้กับชาวเชียงใหม่

ด้าน นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการชลประทานเชียงใหม่ได้บริหารจัดการแม่น้ำปิง โดยการเปิดบานระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด ได้ยกบานพ้นน้ำจำนวน 3 บาน ความสามารถในการระบายน้ำ 1 บานอยู่ที่ 200 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งหมด 3 บาน เป็น 600 ลบ.ม.ต่อวินาที ปัจจุบันระดับน้ำด้านหน้าประตูระบายน้ำและด้านท้ายอยู่ในระดับเดียวกัน ตรงนี้จะช่วยในการดึงมวลน้ำที่มาจากพื้นที่ตอนบนของเมืองเชียงใหม่ให้ไหลไปสู่พื้นที่ด้านล่างได้เร็วขึ้น จะช่วยเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำที่จะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองเชียงใหม่

สำหรับข้อสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้สั่งการให้กับทีมจังหวัดเชียงใหม่ คือ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์และมีความพร้อมในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในลำน้ำสายหลัก ดูเรื่องอาคารควบคุมให้พร้อมใช้งาน 100% เรื่องสภาพความพร้อมของอาคารเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และอธิบดีกรมชลประทานได้มีข้อสั่งการให้โครงการชลประทานต่างๆ ทั่วประเทศ ทำการตรวจสอบสภาพอาการให้มีความพร้อมใช้งานในการบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่ในลุ่มน้ำหลักต่างๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะแม่น้ำปิงก็ใช้ประตูระบายน้ำท่าวังตาลแห่งนี้ในการบริหารจัดการน้ำเขตพื้นที่เมืองเชียงใหม่ เขตพื้นที่เศรษฐกิจ และด้านท้ายน้ำปัจจุบันระดับน้ำยังต่ำกว่าขอบตลิ่ง ซึ่งระดับน้ำด้านหน้าประตูระบายน้ำและด้านท้ายเท่ากันอยู่่ที่ 300.6 ต่ำกว่าระดับปกติอยู่ที่ 90 เซนติเมตร

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิงตอนบนที่ไหลผ่านอำเภอเชียงดาว ในขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และลำน้ำแตงก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน อัตราการไหลผ่านจุดวัดที่อำเภอสันทราย ประมาณ 200 กว่า ลบ.ม.ต่อวินาที เช้านี้จุดวัดที่สะพานนวรัฐ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก็วัดได้ 230 – 240 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ระดับน้ำยังคงที่ 2.36 เมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 3.70 เมตร อยู่ประมาณ 1.10 เมตร

ชลประทานเชียงใหม่ติดตามสถานการณ์น้ำปิงใกล้ชิดต่อเนื่อง ภาพรวมระดับน้ำยังปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ชลประทานเชียงใหม่ติดตามสถานการณ์น้ำปิงใกล้ชิดต่อเนื่อง ภาพรวมระดับน้ำยังปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ภาพรวมมีน้ำอยู่ที่ 63% มี 2 อ่าง ปริมาณน้ำแตะ 100% มีการระบายแล้ว ในอัตราที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายอ่าง

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำปิงในพื้นที่ตั้งแต่จุดวัดระดับน้ำเขตอำเภอเชียงดาว (P20) ซึ่งเป็นต้นน้ำ ระดับน้ำวัดได้ 0.98 ม. จากท้องน้ำ อัตราการไหล 51.4 ลบม./วินาที จุดวัด P67 บ้านแม่แต อ. สันทราย ระดับน้ำ 1.73 ม. จากท้องน้ำ ต่ำกว่าระดับวิกฤต 2.07 ม. อัตราการไหล 202.5 ลบม./วินาที ซึ่งจุดวิกฤต 493 ลบ.ม/วินาที ส่วนพื้นที่ตอนกลาง เขตเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ สถานี P.1 สะพานนวรัฐ อ.เมืองเชียงใหม่ ระดับน้ำ 2.30 ม. ต่ำกว่าระดับวิกฤต 1.40 ม. ซึ่งระดับวิกฤต 3.7 ม. ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่านเขตเมือง 190 ลบม./ วินาที โดยอัตราการไหลวิกฤต 405 ลบม./วินาที

ประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิง (ปตร.ท่าวังตาล) ต.ป่แดด อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการรักษาระดับน้ำให้อยู่ที่ +300.7 เมตร (ร.ท.ก.) ต่ำกว่าระดับน้ำปกติที่เก็บกัก (301.5) 80 ซม. พร้อมกันนี้ได้เปิดประตูน้ำทั้งหมด 3 บาน เพื่อระบายให้มีช่องว่างในลำน้ำปิงรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน ในเขต อ.เชียงดาว อ.แม่แตง และบริเวณท้ายน้ำปิง จุดวัด P73 อำเภอจอมทอง ระดับน้ำ 2.96 ม. ต่ำกว่าระดับวิกฤต 4.85 ม. ซึ่งระดับวิกฤต 7.81 ม. ปริมาณน้ำไหลผ่าน 280 ลบม./ วินาที อัตราการไหลวิกฤต 1337 ลบม./วินาที ปัจจุบันภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำแม่ปิง อำเภอเชียงดาว ถึงจุดวัดท้ายน้ำที่อำเภอจอมทอง สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ประตูระบายน้ำปิง (ปตร.ท่าวังตาล) ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ ประตูระบายน้ำแม่สอย อ.จอมทอง มีเจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

ด้านปริมาณน้ำ 2 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำ 209.708 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 79.14% มีน้ำไหลเข้าอ่าง (Inflow) 7.042 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออกเขื่อน (Outflow) 1.591 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ปริมาณน้ำ 122.997 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46.77% มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง (Inflow) 2.066 ล้าน ลบ.ม. Outflow 0.159 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 13 แห่ง ภาพรวมมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 65.59 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 63.64 % ของความจุโดยรวม มีอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง ที่ความจุแตะ 100% คือ อ่างเก็ยน้ำบ้านแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 100.35% ของความจุ ซึ่งขณะนี้ได้มีการระบายน้ำแล้ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ระบายผ่ายคลองส่งน้ำฝั่งขวา ที่ 0.7925 ลบ.ม/วินาที หรือ 68,472 ลบ.ม./วัน

อีกแห่งคือ อ่างเก็บน้ำสันหนอง ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม ขณะนี้มีปริมาณน้ำที่ 102.76% ของความจุ และได้มีการระบายน้ำจากอ่างแล้ว โดยมีอัตราการระบาย ดังนี้ ระบายผ่านคลองส่งน้ำฝั่งขวา 0.127 ลบ.ม./วินาที หรือ 10,972 ลบ.ม./วัน และ ระบายผ่ายคลองส่งน้ำฝั่งช้าย 0.377 ลบ.ม./วินาที หรือ 32,573 ลบ.ม./วัน และมีปริมาณน้ำล้น Spillway 0.43 ลบ.ม./วินาที หรือ 37,152 ลบ.ม./วัน ซึ่งอัตราการระบายน้ำโดยรวมทั้งหมด ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงแต่อย่างใด

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 9 ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพในปี 2568

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 9 ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพในปี 2568

เมื่อ 16 สิงหาคม 2567 นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานร่วมในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 9 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ฯพณฯ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการกลางว่าด้วยการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา สปป. ลาว และเมียนมา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เข้าร่วมการประชุมด้วย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “สู่อนาคตร่วมของภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้างที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและยั่งยืน” (Towards the Shared Future of a Safer and Sustainable Mekong-Lancang Region)” โดยเน้นย้ำการเร่งแก้ไขปัญหาความท้าทายเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งเป็นข้อเสนอของไทย เพื่อมุ่งแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการลักลอบค้ายาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม ผ่านการเพิ่มพูนความร่วมมือในการแบ่งปันข้อมูล สังเกตการณ์และควบคุมพื้นที่ชายแดน และการส่งเสริมศักยภาพ

รวมทั้ง การส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5 และได้รับรองแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อริเริ่มอากาศสะอาดแม่โขง-ล้านช้าง ตามที่ไทยเสนอ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติในการกระชับความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ข้อริเริ่มว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การใช้และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินโครงการภายใต้ข้อริเริ่มระเบียงนวัตกรรม MLC ด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน รวมถึง การส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน โดยเฉพาะ MSMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างครอบคลุม ความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาด้านการเกษตร ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนการขจัดความยากจน ลดช่องว่างด้านการพัฒนา และเสริมสร้างความมั่งคั่งของประชาชนในอนุภูมิภาค

อนึ่ง กรอบ MLC ซึ่งข้อริเริ่มของไทยตั้งแต่ปี 2555 โดยมีจีนเป็นผู้ร่วมผลักดันให้เกิดการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างรอบด้านและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือ 3 เสา ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน และสังคมและวัฒนธรรม และ 5 สาขาหลัก ได้แก่ (1) ความเชื่อมโยง (2) ศักยภาพในการผลิต (3) เศรษฐกิจข้ามพรมแดน (4) ทรัพยากรน้ำ และ (5) การเกษตรและการขจัดความยากจน โดย MLC นับเป็นกรอบความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำกรอบแรกที่มีประเทศลุ่มน้ำโขงเข้าร่วมอย่างครอบคลุม อีกทั้งยังมีความร่วมมือก้าวหน้าเป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งจีนสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นกองทุนให้แก่โครงการจากประเทศสมาชิก MLC มากกว่า 800 โครงการ โดยเป็นโครงการที่ริเริ่มและดำเนินการ ของหน่วยงานไทย 93 โครงการ ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไทยเป็นประธานร่วมกรอบ MLC ร่วมกับจีนสำหรับวาระปี 2567 – 2568 และจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกรอบ MLC ในปี 2568 ที่ประเทศไทย

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เร่งตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอขุนยวม

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เร่งตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอขุนยวม เพื่อติดตามการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ห่างไกลและถนนถูกตัดขาด

14 ส.ค. 2567 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจติดตามการซ่อมแซมสะพานข้ามลำน้ำปอน ซึ่งปัจจุบันถูกน้ำในลำน้ำกัดเซาะคอสะพาน จนได้รับความเสียหายและสะพานได้ถล่มลงมาไม่สามารถใช้การได้ เบื้องต้น นายณรงค์พัชญ์ นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม ได้รายงานว่า องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย ได้จัดส่งรถบรรทุกและรถขุดตักมาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบริเวณคอสะพานเพื่อให้ประชาชนชาวบ้านแม่ซอ ได้ใช้สัญจรออกจากหมู่บ้านก่อน โดยมีการเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งสะพานแห่งนี้จะเชื่อมระหว่างหมู่บ้านมะหินหลวง หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม ไปยังหมู่บ้านแม่ลาก๊ะ หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม ซึ่งมีความเสียหาย 2 แห่ง

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอปางมะผ้า อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอขุนยวม โดยอำเภอขุนยวม ประสบภัยหนักที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ห่างไกลและทุรกันดาร ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 36 ได้จัดกำลังพล ชุดบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับฝ่ายปกครอง อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าดำเนินการสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชน บ้านแม่โกปี่ ตำบลแม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม โดยใช้เส้นทาง อ.ขุนยวม – บ.ปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ – บ.หัวแม่ลาก๊ะ ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แทนเส้นทางเดิมที่เกิดดินถล่ม และดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง โดยฝ่ายปกครองได้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ เข้าเปิดเส้นทาง จนถึง บ้านหัวแม่ลาก๊ะ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่สามารถเข้าถึง บ้านแม่โกปี่ฯ ได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังกล่าวต่อไปว่า โดยเฉพาะเส้นทางที่จะไปโรงเรียนบ้านแม่โกปี่ ที่มีการระบุว่ามีเด็กกว่า 40 คนถูกตัดขาดการเดินทาง ไม่สามารถออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านได้ ขณะนี้เด็กนักเรียนทั้ง 40 คนได้กลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ ไฟฟ้าและขณการสื่อสารไม่สามารถใช้การได้ ส่วนเครื่องอุปโภคบริโภคทางจังหวัดและอำเภอได้เข้าดำเนินการ เร่งจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดย อบต.แม่ยวมน้อย และหน่วยงานต่างๆ ได้นำอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เข้าไปให้การช่วยเหลือที่บ้านแม่โกปี่แล้ว

นายอำเภอขุนยวม กล่าวว่า สำหรับแผนความช่วยเหลือ จะเร่งดำเนินการเปิดเส้นทางให้เข้าถึงหมู่บ้าน จาก บ.แม่ลาก๊ะ ถึง บ.แม่โกปี่ ระยะทางอีกประมาณ 10 กม. ทั้งนี้ อำเภอขุนยวมเตรียมระดมสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ส่งต่อในการช่วยเหลือแล้ว นอกจากนั้นยังได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่หมู่บ้าน หมู่ที่ 2 –หมู่ 8 ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม ที่มีสะพานเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านชำรุด และมีดินสไลด์ทับเส้นทางหลายแห่งทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร

Cr. ฉลอง หมั่นสกุล

โครงการชลประทานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม

โครงการชลประทานเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567”

วันที่ 9 ส.ค. 67 เวลา 09.09 น. นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เป็นประธานจัดกิจกรรม “เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567” โดยในพิธีได้นำหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 – 8 รวมทั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานเชียงใหม่ ร่วมกล่าวคำถวายพระพร แสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปกเกล้า ปกกระหม่อมที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรและก่อให้เกิดความสงบร่มเย็น ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติและประชาชนตลอดมา

จากนั้นได้มีพิธีลงนามวถวายพระพรฯ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทั้งการทาสี ด้านหน้าโครงการชลประทานเชียงใหม่ กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณหลงพ่อทันใจ ศาลพ่อปู่แม่ย่า พัฒนารอบอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง ภายในโครงการชลประทานเชียงใหม่

(คลิป) ทดสอบประตูระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสบแม่ข่า พร้อมใช้งานระบายน้ำ ชลประทานเชียงใหม่ เดินเครื่องทดสอบสร้างความมั่นใจให้ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่สบแม่ข่า

ทดสอบประตูระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสบแม่ข่า พร้อมใช้งานระบายน้ำ ชลประทานเชียงใหม่ เดินเครื่องทดสอบสร้างความมั่นใจให้ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่สบแม่ข่า

วันที่ 8 ส.ค. 67 เวลา 13.30 น. นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายศิริฉัตร บัวพุทธา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 โครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างกล ลงพื้นที่พบปะ นายก อบต.สบแม่ข่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ตำบลสบแม่ข่า รวม 5 ตำบล เพื่อทำการทดสอบระบบของประตูระบายน้ำและโรงสูบน้ำพลังไฟฟ้าสบแม่ข่า

ทั้งนี้มีรายงานว่า ผลการทดสอบระบบประตูระบายน้ำสบแม่ข่า ระบบสูบน้ำพลังไฟฟ้า สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงได้เป็นอย่างดี การทำงานของประตูระบายน้ำสามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถรองรับการระบายน้ำจากคลองแม่ข้าน้อย ซึ่งรับน้ำทั้งจากตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านตำบลป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ น้ำในพื้นที่ที่คลองแม่ข่าน้อยไหลผ่าน ซึ่งโรงสูบน้ำสบแม่ข่าเป็นหนึ่งในโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทางด้านทิศตะวันตกและด้านทิศใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ 800 ไร่

ด้าน นายเดช กันทะวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 65 ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมประมาณ 200 กว่าครัวเรือน ทั้งหมด 4 หมู่บ้าน ในหมู่ที่ 2 – 5 ส่วนหมู่ที่ 1 มีน้ำท่วมเล็กน้อยเพราะเป็นพื้นที่สูง ส่วนที่เหลือนั้นน้ำค่อนข้างสูง บางจุดท่วมหัวก็มี ทำให้ชาวบ้านต้องขึ้นมาอาศัยอยู่บนถนนในช่วงที่เกิดอุทกภัย พื้นที่ตำบลสบแม่ข่าส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่การเกษตรมีประมาณ 200 ไร่ ความมั่นใจจากการทดสอบในวันนี้สามารถทำงานได้ปกติ ก็จะได้ไปประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้าน เหตุการณ์เรื่องอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ หากเกิดขึ้นแล้ว ตัวเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งไว้ที่ประตูระบายน้ำสบแม่ข่าแห่งนี้ ก็จะช่วยได้ ชาวบ้านก็จะได้อุ่นใจว่าปัญหาน้ำท่วมจะไม่เกิดขึ้นเพราะมีประตูระบายน้ำและโรงสูบน้ำช่วยผลักดันน้ำให้ได้